วิธี ใช้     Model
PAR VALUE = 1,000 บาท COUPON RATE = 10% N = 15 ปี อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ Kd = 10

               





 1. ในกรณีที่ผู้ลงทุนต้องการอัตราผลตอบแทน เท่ากับ อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร และคงอัตราเดิมไปตลอดอายุพันธบัตรพันธบัตรนั้นจะมีมูลค่าที่แท้จริง เท่ากับ มูลค่า (PAR VALUE) ที่ตราไว้ตลอดอายุพันธบัตร
                2. ในกรณีที่ผู้ลงทุนต้องการอัตราผลตอบแทน ต่ำกว่า อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร และคงอัตราเดิมไปตลอดอายุพันธบัตร โดยพันธบัตรจะมีมูลค่าที่แท้จริงต่ำลงเรื่อยๆ เมื่ออายุพันธบัตรลดลงจนมูลค่าเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ เมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน
                3. ในกรณีที่ผู้ลงทุนต้องการอัตราผลตอบแทน สูงกว่า อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร และคงอัตราเดิมไปตลอดอายุพันธบัตร โดยพันธบัตรจะมีมูลค่าที่แท้จริงสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุพันธบัตรลดลงจนมีมูลค่าเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ เมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน
                4. อัตราดอกเบี้ยจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่ออัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดเปลี่ยนแปลงจะมีผลทำให้อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (Kd) เปลี่ยนไปด้วย
                                4.1. ถ้าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดสูงขึ้น มีผลทำให้อัตราผลตอบแทนที่ต้องการจาก                           พันธบัตร (Kd) สูงขึ้น และ Kd > I จะมีผลทำให้ราคาพันธบัตรต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (DISCOUNT POND)
                                4.2. ถ้าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดลดลง อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (Kd) จะต่ำลง และ Kd < I จะมีผลทำให้ราคาพันธบัตรสูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้(PREMIUM BOND)
                5. เมื่อดอกเบี้ยในท้องตลาดสูงขึ้น ราคาพันธบัตรจะลดลง และเมื่ออัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดลดลง             ราคาพันธบัตรจะสูงขึ้น
                6. มูลค่าของพันธบัตรจะเข้าใกล้มูลค่าที่ตราไว้เสมอ เมื่อพันธบัตรใกล้ครบกำหนดไถ่ถอน
อัตราผลตอบแทน (Kd) เทียบกับ
อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร (I)
มูลค่าของพันธบัตร (VB)
เทียบกับมูลค่าที่ตราไว้ (PAR)
สภาวการณ์ของราคา
Kd = I
VB = PAR
AT PAR
Kd < I
VB > PAR
AT PREMIUM
Kd > I
VB < PAR
AT DISCOUNT

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้